รากเหง้าลาวเวียง · ตำบลดอนคา อำเภออู่ทอง

ประวัติบ้านดอนคา จากแดนไกลสู่ถิ่นฐานอันอุดมสมบูรณ์

เรื่องราวของบ้านดอนคาเริ่มจากการอพยพของบรรพบุรุษชาวลาวเวียงในสมัยรัชกาลที่ ๓ ผ่านการตั้งถิ่นฐาน การสร้างวัด การก่อรูปชุมชน จนกลายเป็นหมู่บ้านที่มีตัวตนชัดเจน ด้วยประวัติศาสตร์ วัฒนธรรม และผู้คนที่ภาคภูมิใจในรากเหง้าของตน

ร.๓

ยุคสมัยที่อพยพมา

สมัยสมเด็จพระนั่งเกล้าเจ้าอยู่หัว รัชกาลที่ ๓ แห่งกรุงรัตนโกสินทร์

สายการอพยพ

สายที่ ๑ ไปจันทบุรี · สายที่ ๒ นำโดยพ่อคุณหงษ์มายังบ้านดอนคา

๒๐

หมู่บ้านในตำบลดอนคา

ตำบลดอนคาประกอบด้วย ๒๐ หมู่บ้าน ล้วนมีรากเหง้าลาวเวียงร่วมกัน

ตาหงษ์จากเวียงจันทร์ แกด้นดั้นจากแดนไกล พบแหล่งศิวิไลซ์ ธรรมชาติสะอาดตา เป็นที่ดอนโดดเด่น ถูกซ่อนเร้นด้วยหญ้าคา ชาวลาวร่วมใจมา ตั้งถิ่นฐานและบ้านเรือน ตั้งชื่อ "ดอนคา" ไว้ คนทั่วไปไม่ลืมเลือน ทำไร่ ทำนาเหมือน ร่วมพวกพ้องพี่น้องไทย
บทกาพย์ญาณี ๑๑ — บันทึกตำนานการก่อตั้งบ้านดอนคา

ต้นกำเนิด

จากเวียงจันทร์สู่ผืนดินสุพรรณ — เรื่องราวการอพยพ

บริบทของการอพยพ

ในสมัยสมเด็จพระนั่งเกล้าเจ้าอยู่หัว รัชกาลที่ ๓ เจ้าอนุวงศ์แห่งนครเวียงจันทร์ ได้คิดกบฏต่อแผ่นดินและตั้งตนเป็นใหญ่ พระบาทสมเด็จพระนั่งเกล้าฯ จึงโปรดให้ไปปราบปรามที่ทุ่งสัมฤทธิ์ และได้กวาดต้อนผู้คนชาวลาวมาตั้งถิ่นฐานแถบจังหวัดลพบุรี สระบุรี สิงห์บุรี และสุพรรณบุรี

การอพยพย้ายถิ่นฐานนั้นได้กระทำกันเป็นระยะๆ ติดต่อกันเรื่อยมา จนเกิดเป็นตำนานเล่าขานกันมาถึงบรรพบุรุษของบ้านดอนคาแห่งนี้

During the reign of King Rama III, Chao Anouvong of Vientiane rebelled against Siam. King Rama III sent forces to suppress the revolt at Thung Samrit, and Lao people were resettled in the provinces of Lop Buri, Saraburi, Sing Buri, and Suphan Buri.

These migrations occurred in waves over time, giving rise to the legends that tell the story of Ban Don Kha's founding ancestors.

拉玛三世在位期间,万象的阿努旺王子反叛暹罗。拉玛三世派兵镇压,并将老挝民众迁居至华富里、沙拉武里、信武里和素攀武里等府。

这些迁徙分多次进行,逐渐形成了关于洞卡村建村先祖的传说。

ผู้นำการอพยพ — พ่อคุณหงษ์และครอบครัว

พ่อคุณหงษ์ แม่คุณอ่ำ พร้อมด้วย พ่อคุณผา แม่คุณชา และ พ่อคุณเหม พ่อคุณปลัด ได้นำพาลูกหลาน ช้างม้า วัวควาย มาตั้งถิ่นฐาน ณ หมู่บ้านสมอลม ตำบลตลิ่งชัน อำเภอเมือง จังหวัดสุพรรณบุรีก่อน

เพราะภูมิประเทศอุดมสมบูรณ์ เหมาะแก่การเพาะปลูก แต่ต่อมาชุมชนนั้นถูกพวกเขมรรังแก รบกวนให้อยู่ไม่เป็นสุข ด้วยความรักอิสระและมุ่งมั่นจะอยู่อย่างสงบ จึงได้ชักชวนกันอพยพแยกออกเป็น ๒ สาย

Pho Khun Hong and Mae Khun Am, together with Pho Khun Pha and Mae Khun Cha and Pho Khun Hem and Pho Khun Palat, led their families, elephants, horses, and cattle to settle first at Sam O Lom Village, Talingchan Sub-district, Mueang District, Suphan Buri.

The land was fertile and suitable for farming, but later the community was harassed by Khmer raiders who disturbed their peace. Valuing freedom and wishing to live in tranquility, the group decided to split into two migration branches.

红宫与阿姆夫人,连同帕宫与差夫人以及赫宫与副官宫,带领子孙、象马牛群,最初定居于素攀武里府孟区他林占分区的萨姆奥隆村。

当地土地肥沃,适合耕种,但后来社区遭到高棉人的骚扰,无法安居。出于对自由的热爱和安居的渴望,他们决定分成两路迁徙。

↗️

สายที่ ๑ — มุ่งสู่จันทบุรี

กลุ่มหนึ่งได้แยกย้ายไปตั้งถิ่นฐาน ณ จังหวัดจันทบุรี ห่างออกไปทางทิศตะวันออก สายนี้ไม่ได้สืบเรื่องราวเชื่อมโยงกับบ้านดอนคาอีกต่อไป

🏡

สายที่ ๒ — พ่อคุณหงษ์มายังดอนคา

พ่อคุณหงษ์ แม่คุณอ่ำ พร้อมลูกหลาน ได้อพยพช้างม้าวัวควายมาทางอำเภอจรเข้สามพัน มาพบพื้นที่ที่มี หนองปล้อง และ รางคักเค้า เป็นแหล่งน้ำอุดมสมบูรณ์ ในน้ำมีปลา ในนามีข้าว จึงจับจองพื้นที่แบ่งปันกันทำมาหากิน และตั้งชื่อว่า "บ้านดอนคา"

Pho Khun Hong, Mae Khun Am, and their family migrated with elephants, horses, and cattle through Chrokhae Sam Phan District. They found a place with Nong Plong and Rang Khak Khao — abundant water sources, fish-filled waters, and rice-rich fields. They claimed the land, shared it for farming, and named it "Ban Don Kha."

红宫、阿姆夫人及其子孙带着象马牛群,途经乔克三攀县迁徙而来,发现了拥有红草湖水渠的地方——水源充沛,鱼虾肥美,稻田丰饶。他们划定土地,共同耕作,并将此地命名为"洞卡村"

เส้นเวลาชุมชน

จากการตั้งถิ่นฐานสู่ชุมชนที่มีตัวตนชัดเจน

รัชกาลที่ ๓

การอพยพจากเวียงจันทร์

พ่อคุณหงษ์และคณะอพยพผ่านอำเภอจรเข้สามพัน มาพบพื้นที่อุดมสมบูรณ์ริมหนองน้ำ ตั้งถิ่นฐานเรียกว่า "บ้านดอนคา"

ยุคแรก

โนนบ้านเก่า — จุดเริ่มต้น

ชุมชนแรกอยู่บริเวณที่เรียกว่า "โนนบ้านเก่า" ทางทิศตะวันตกของที่ตั้งปัจจุบัน มีหนองปล้องและรางคักเค้าเป็นแหล่งน้ำหลัก

ยุคกลาง

ย้ายมายังที่ตั้งปัจจุบัน

ชุมชนย้ายมาอยู่ทางทิศตะวันออกของวัดเก่า มีการสร้างกุฏิ ๑ หลัง และหลวงพ่อธรรมบุตรของพ่อคุณหงษ์ได้บวชเณรจำพรรษา

พัฒนาการ

วัดโภคาราม — ศูนย์กลางชุมชน

วัดโภคารามได้รับการสร้างและพัฒนาขึ้นเป็นศูนย์กลางทางศาสนา พิธีกรรม และกิจกรรมชุมชนที่ยังคงมีบทบาทอยู่จนปัจจุบัน

พ.ศ. ๒๕๒๑

โรงเรียนวัดโภคาราม (โรงเรียนวัดดอนคา)

ก่อตั้งโรงเรียนประถมศึกษาในชุมชน เป็นรากฐานการศึกษาของเยาวชนตำบลดอนคา โดยใช้วัดโภคารามเป็นจุดศูนย์กลาง

A primary school was established in the community, forming the educational foundation for Tambon Don Kha's youth, centered at Wat Phokharam.

社区内建立了一所小学,以博卡拉姆寺为核心,为洞卡区青少年奠定教育基础。

พ.ศ. ๒๕๓๐

วงเดอะปู — บุกเบิกดนตรีพื้นบ้าน

"วงเดอะปู" ก่อตั้งเป็นวงแคนประยุกต์วงแรกของตำบล จุดชนวนให้เกิดวงดนตรีพื้นบ้านรุ่งเรืองกว่า ๑๐ คณะตามมา

โรงเรียนมัธยม

โรงเรียนดอนคาวิทยา

โรงเรียนมัธยมศึกษาประจำตำบลดอนคา ตั้งอยู่ที่ ๓๒๘ หมู่ ๑๗ ตำบลดอนคา อำเภออู่ทอง จังหวัดสุพรรณบุรี สังกัดสำนักงานเขตพื้นที่การศึกษามัธยมศึกษาสุพรรณบุรี เปิดสอนตั้งแต่ระดับมัธยมศึกษาตอนต้น (ม.๑–๓) ถึงมัธยมศึกษาตอนปลาย (ม.๔–๖) มีนักเรียนรวมกว่า ๖๑๑ คน ใน ๒๑ ห้องเรียน[๑]

ปัจจุบัน

ชุมชนที่มีชีวิต

บ้านดอนคายังคงรักษาอัตลักษณ์ลาวเวียง ประเพณีฮีตสิบสอง กลุ่มอาชีพ และดนตรีพื้นบ้านไว้อย่างเข้มแข็ง

วัดโภคาราม ศูนย์กลางชุมชนบ้านดอนคา
วัดโภคาราม — สร้างขึ้นพร้อมกับการก่อตั้งหมู่บ้านในสมัยรัชกาลที่ ๓ เป็นศูนย์กลางทางจิตใจของชาวดอนคา

ที่มาของชื่อ "บ้านดอนคา"

ชื่อ "ดอนคา" มาจากสภาพภูมิประเทศ เป็นพื้นที่ดอนสูงกว่าโดยรอบ และมีหญ้าคาขึ้นปกคลุมอยู่หนาแน่น บรรพบุรุษที่อพยพมาพบเห็นจึงตั้งชื่อหมู่บ้านตามสภาพของพื้นที่ตามธรรมชาตินั้น

วัดโภคาราม บ้านดอนคา มุมมองทางเข้า
วัดโภคาราม — ทางเข้าพระวิหาร
ภายในวัดโภคาราม พระพุทธรูปและพระวิหาร
ภายในพระวิหาร — พระพุทธรูปประธาน
พระพุทธรูปทองคำ วัดโภคาราม บ้านดอนคา
พระพุทธรูปทองคำ ประดับดอกไม้บูชา

บุคคลในตำนาน

ผู้คนที่สร้างบ้านดอนคา — จากตำนานสู่ความทรงจำของชุมชน

ผู้นำการอพยพ

พ่อคุณหงษ์ และแม่คุณอ่ำ

ผู้นำหลักของการอพยพจากเวียงจันทร์สู่บ้านดอนคา เป็นผู้ที่มองเห็นศักยภาพของพื้นที่ และตัดสินใจตั้งถิ่นฐาน ลูกหลานสืบทอดสายเลือดอยู่ในชุมชนจนถึงปัจจุบัน หลวงพ่อธรรม บุตรของท่านถือเป็นพระสงฆ์รุ่นแรกที่จำพรรษาในพื้นที่

The principal leader of the migration from Vientiane to Ban Don Kha — one who saw the potential of the land and chose to settle. Descendants continue to live in the community to this day. His son, Luang Pho Tham, is considered the first resident monk of the area.

从万象迁徙至洞卡村的主要领袖——慧眼识地,决定在此定居。其子孙至今仍生活在社区中。他的儿子法师被认为是该地区第一位驻地僧人。

ผู้ปกครองชุมชน

พ่อคุณปลัด — ต้นกำเนิดสกุล "กุลวงศ์"

พ่อคุณปลัดเป็นผู้มีความรู้และความสามารถในการปกครอง ได้รับบทบาทดูแลหมู่บ้านให้อยู่ร่วมกันอย่างร่มเย็น ลูกหลานของท่านสืบทอดนามสกุล "กุลวงศ์" ซึ่งยังคงอยู่ในชุมชนจนทุกวันนี้

Pho Khun Palat was knowledgeable and skilled in governance, taking the role of overseeing the village and keeping peace among its people. His descendants carry the family name "Kunwong", which remains in the community to this day.

副官宫知识渊博,善于管理,承担着维持村庄和谐的职责。其子孙沿用"君旺"这一姓氏,至今仍在社区中延续。

ผู้ร่วมการอพยพ

พ่อคุณผา แม่คุณชา และพ่อคุณเหม

ผู้ร่วมเดินทางและร่วมสร้างชุมชนในระยะแรก ช่วยกันจับจองพื้นที่ แบ่งปันทำมาหากิน และวางรากฐานของระบบเครือญาติที่เป็นแกนหลักของสังคมบ้านดอนคามาโดยตลอด

มรดกทางศาสนา

หลวงพ่อธรรม — พระสงฆ์รุ่นแรก

บุตรของพ่อคุณหงษ์ที่บวชเณรจำพรรษาอยู่ที่กุฏิแรกของชุมชน การที่มีพระสงฆ์ประจำถิ่นสะท้อนว่าศาสนาและการเรียนรู้มีบทบาทในการก่อรูปของชุมชนตั้งแต่ระยะแรกเริ่ม

วิถีชีวิตในอดีต

ความทรงจำจากคำบอกเล่าของผู้เฒ่าผู้แก่

🌾

วิถีทำกินแบบดั้งเดิม

ชาวบ้านใช้จอบ เสียม และมีดหวดในการทำไร่ทำนา ปลูกฝ้ายและระหุ่งเพื่อขาย หรือปั่นเป็นเส้นด้ายสำหรับทอผ้าใช้ในครัวเรือน สะท้อนเศรษฐกิจแบบพึ่งพาตนเองอย่างชัดเจน

🌊

การเผชิญน้ำหลาก

ในอดีตบ้านดอนคาเคยประสบน้ำป่าท่วมบ้าน ชาวบ้านต้องเดินทางด้วยเรือ พึ่งพาหมอยาสมุนไพรและหมอตำแย รวมถึงการเฝ้าวัวควายยามค่ำคืน สะท้อนความอดทนและการปรับตัวของผู้คน

🎊

เทศกาลและการละเล่น

ในวันสำคัญชาวบ้านจะรวมตัวกันทำขนม เช่น ลอดช่อง เปียกปูน ขนมครก ข้าวต้มมัด กล้วยแขก และขนมเทียน พร้อมการละเล่นพื้นบ้านอย่างกระโดดเชือก มอญซ่อนผ้า ตี่จับ งูกินหาง รีรีข้าวสาร และวิ่งชิงธง

🏠

เครือญาติและการพึ่งพากัน

ความสัมพันธ์แบบเครือญาติเป็นแกนหลักของสังคม ชาวบ้านช่วยกันทำนา ช่วยเกี่ยวข้าว และดูแลกันอย่างใกล้ชิด บ้านเรือนที่อยู่ใกล้กันสะท้อนความสัมพันธ์นี้อย่างชัดเจน

🌿

ภูมิปัญญาพื้นบ้าน

ทักษะการทอผ้า การทำอาหารหมักดอง การรักษาโรคด้วยสมุนไพร และการทำเครื่องมือเกษตรกรรมถูกถ่ายทอดจากรุ่นสู่รุ่น หลายอย่างยังสืบทอดอยู่ในชุมชนจนถึงทุกวันนี้

🕌

วัดเป็นศูนย์กลางชีวิต

วัดโภคารามทำหน้าที่เป็นมากกว่าสถานที่ทางศาสนา เป็นโรงเรียน เป็นที่รวมตัว เป็นพื้นที่ประชุมและจัดกิจกรรมชุมชน บทบาทนี้ยังคงอยู่มาจนทุกวันนี้

บริบทตำบลดอนคา

บ้านดอนคาเป็นส่วนหนึ่งของตำบลดอนคาที่มี ๒๐ หมู่บ้าน

เรื่องราวของบ้านดอนคาเชื่อมโยงกับเครือข่ายชุมชน เส้นทางวัฒนธรรม และการแลกเปลี่ยนภูมิปัญญากับหมู่บ้านอื่นในตำบลมาโดยตลอด

หมู่บ้านทั้ง ๒๐ หมู่ในตำบลดอนคา

หมู่ ชื่อบ้าน วัดในพื้นที่
บ้านดอนคาหัวตาล
บ้านดอนคาวัดโภคาราม
บ้านใหม่วัดคีรีรัตนาราม
บ้านสระกร่างวัดสระกร่างเจริญธรรม
บ้านห้วยคู้วัดห้วยคู้ · วัดดอนไฟไหม้
บ้านโนนหัวนา
บ้านหนองกุฎีทอง
บ้านหนองมะขอ
บ้านเขากำแพงวัดเขากำแพง
๑๐บ้านโนน
๑๑บ้านหนองกระโซ่วัดหนองกระโซ่
๑๒บ้านช้างดำหัว
๑๓บ้านชัฎดงคำวัดชัฎดงคำ
๑๔บ้านโป่งพรานอินทร์วัดโป่งพรานอินทร์
๑๕บ้านหนองศรีเทพ
๑๖บ้านเขาดีสลักวัดเขาดีสลัก
๑๗บ้านหนองหมู-โนนแดง
๑๘บ้านหนองทราย
๑๙บ้านห้วย
๒๐บ้านใหม่ใต้
แผนที่ตำบลดอนคา
แผนที่ตำบลดอนคาแสดงการกระจายตัวของหมู่บ้านทั้ง ๒๐ หมู่บ้านในตำบล

แหล่งอ้างอิง

  1. โรงเรียนดอนคาวิทยา — ข้อมูลสารสนเทศจำนวนนักเรียน ปีการศึกษา ๒๕๖๘. สำนักงานเขตพื้นที่การศึกษามัธยมศึกษาสุพรรณบุรี. สืบค้นจาก www.donkhawittaya.ac.th
  2. องค์การบริหารส่วนตำบลดอนคา — ข้อมูลตำบลดอนคา. donka.go.th
  3. ข้อมูลประวัติชุมชนและตำนานพ่อคุณหงษ์ รวบรวมจากเอกสารชุมชนและคำบอกเล่าของผู้อาวุโสในตำบลดอนคา อำเภออู่ทอง จังหวัดสุพรรณบุรี